5 ต้นไม้ฟอกอากาศควรมีในบ้าน

ในโลกปัจจุบันนี้มลพิษทางอากาศได้เพิ่มทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากฝุ่น ควัน และโรคต่างๆที่มากับอากาศ ทั้งในอาคารบ้านเรือน โรงงานอุตสาหกรรม และจากยานพาหนะ ดังนั้นเราควรดูแลและใส่ใจสุขภาพของตนเองมากขึ้น เพื่อสุขภาพที่ดีและลดโอกาสเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจและปอด โดยวันนี้จะมานำเสนอตัวไม้ 5 ชนิดที่สามารถฟอกอากาศได้ และยังสามารถจัดวางอยู่ภายในบ้านหรือที่พักได้ ดังนี้

1. ต้นมอนสเตอร่า (Monstera) หรือ “ราชินีแห่งใบไม้”

ต้นมอนสเตอร่า  ขึ้นชื่อได้ว่าเป็น ราชินีแห่งใบไม้ มีแหล่งกำเนิดจากเขตร้อนชื้นของหมู่เกาะของทวีปอเมริกา มีมากกว่า50 สายพันธุ์ เป็นต้นไม้ฟอกอากาศที่มีลายสวยงามเป็นที่นิยมอย่างมากในการนำไปตกแต่งบ้านหรืออาคาร ต้นมอนสเตร่านี้ดูแลง่ายไม่ต้องการแสงแดดมากเท่าไหร่ สามารถรดน้ำ 2 วันครั้งหรือนานๆ ทีจะรดก็ได้ เพราะต้นมอนสเตอร่าไม่ได้ต้องการน้ำมาก ในแต่ละสายพันธุ์เป็นไม้ประดับช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับห้องหรือบ้านให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น แนะนำให้ปลูกจะเพิ่มอากาศที่บริสุทธ์ให้แก่ห้องได้เป็นอย่างมาก

ลักษณะทั่วไป : ใบต้นมอนสเตอร่ามีลักษณะเป็นแฉกฉลุบนพื้นใบ และใบมีขนาดใหญ่ รูปทรงของใบสีเขียวเข้ม ใบต้นมอนสเตอร่านี้ไม่ต้องการแสงแดดมาก สามารถปลูกในที่แดดรำไรและภายในตัวบ้านได้ ชอบความชื้น ควรรดน้ำทุกวันหรือสองวันครั้ง

White empty room with a plant wall mockup

2. ต้นไทรใบสัก (fiddle fig ) หรือ “ไทรใบยอ”

 ต้นไทรใบสัก หรือที่คนไทยส่วนใหญ่เรียกกันในชื่อ ไทรใบยอ หรือไทรใบขอ ซึ่งปลูกได้ดีในที่ที่อากาศอบอุ่นหรือร้อนชื้น ตระกูลไทร มีจุดเด่นที่การดูดสารพิษต่างๆ และสามารถฟอกอากาศได้ดีจึงเป็นที่นิยมอย่างสูง เมื่อต้นไทรใบสักนั้นโตเต็มที่จะมีความสูงประมาณ 12-15 เมตร เป็นไม้ฟอกอากาศอีกต้นที่ได้รับความนิยมสูงในการนำมาตกแต่งบ้าน ซึ่งมีราคาที่ไม่แพงมากจึงแนะนำให้มีไว้ประจำบ้านเพื่ออากาศที่บริสุทธิ์

ลักษณะทั่วไป : ใบหยักพลิ้ว ใบขนาดใหญ่ สวยงาม ลำต้นสูง สามารถเติบโตได้ดี ทั้งแดดจัดและแดดรำไร แต่ถ้าโดนแดดทั้งวัน จะทำให้ใบเป็นรอยด่างสีน้ำตาลได้ รวมทั้งยังเป็นพืชที่ไม่ต้องการน้ำมากจนเกินไป ไม่ชอบน้ำแฉะ ไม่ควรรดน้ำให้ชุ่มมากเกินไป อาจจะรดน้ำแค่วันเว้นวันเท่านั้นหรือสองวัน รดน้ำครั้งหนึ่ง

3. ต้นยางอินเดีย ( Rubber plant ) หรือ “ต้นยางลบ”

ยางอินเดีย  เป็นพรรณไม้ที่โตเร็ว และมีขนาดใหญ่  สูงได้ถึงประมาณ 25-30 เมตร เลยที่เดียว มีแหล่งต้นกำเนิดมากจากประเทศอินเดีย เป็นต้นไม้ที่ชอบอยู่ในป่าแถบร้อนชื้น ปัจจุบันในประเทศไทยมี 2 สายพันธุ์คือ ชนิดใบสีเขียว และชนิดใบด่าง  ลักษณะเด่นคือการให้ความชื้นแก่อากาศ ส่วนมากได้จึงนิยมวางประดับไว้ในอาคารบ้านเรือนเพิ่มความงดงามแถมยังสามารถเป็นมุมถ่ายรูปสวย ๆ ในบ้านได้ด้วยแหละ

ลักษณะทั่วไป :  เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่แตกกิ่งแผ่กว้าง ถ้าปลูกลงดินจะสูงได้ถึง 25 เมตร ไม่ผลัดใบ ลำต้นสีน้ำตาลเข้ม ใบมีลักษณะรี หูใบสีชมพู ทุกส่วนจะมีน้ำยางสีขาว เลี้ยงง่าย สามารถเติบโตได้ทั้งกลางแจ้งและที่มีแสงน้อย ต้องการน้ำปานกลาง ไม่ชอบน้ำแฉะ นิยมปลูกในกระถางขนาดใหญ่ เพราะรากของมันมีเยอะเลยทำให้เติบโตได้ไวมาก

4. ต้นพลูฉลุ ( Monstera obliqua ) หรือ “พลูทะลุ”

พลูฉลุ   ถือเป็นไม้ประดับที่ได้รับความนิยมในการใช้ประดับตามบ้านหรืออาคาร  แถมยังมีคุณสมบัติที่ช่วยฟอกอากาศ ได้ด้สน พลูฉลุนั้นจะชอบแดดรำไร่ ไม่ชอบแดดจัด ชอบความชื้นสูงและชอบน้ำ  และยังสามารถเจริญเติบโตได้รวดเร็วมาก เลี้ยงง่าย สามารถเลี้ยงในน้ำได้โดยที่ไม่ต้องเลี้ยงในดิน ข้อแนะนำให้นำออกแดดบ้างเพื่อเพิ่มการเจริญเติบโตให้แกลำต้น

ลักษณะทั่วไป : เป็นไม้เลื้อย ใบเรียงสลับกันแบบสวยงาม ปลายใบแหลมโคนใบมน ใบสีเขียวเข้ม แผ่นใบเป็นรูเว้าแหว่งเลี้ยงง่าย ชอบน้ำ ทนทาน สามารถปลูกในที่แดดรำไรได้ต้องการน้ำมาก ชอบความชื้นสูง อาจจะรดน้ำแค่สองวัน รดน้ำครั้งหนึ่ง

5. พลูด่าง ( Epipremnum aureum )

เป็นไม้ดอกไม้ประดับประเภทไม้เลื้อย ไม้ฟอกอากาศ ถ้าโตเต็มที่จะสูงได้ถึง 5 เมตร นิยมปลูกในห้อง อาคาร หรือห้องน้ำ เพราะเลี้ยงง่ายปลูกในน้ำก็ได้ และที่สำคัญช่วยดูดซับสารพิษต่างๆ ได้ดีเป็นอย่างมากและพลูด่างยังเป็นไม้ประดับที่สวยงามได้รับความนิยมสูง แนะนำให้เลี้ยงหรือปลูกไว้ในบ้านอีกชนิดจะเพิ่มความสวยงาม และยังช่วยฟอกอากาศที่สะอาดให้ภายในบ้านได้ดี

ลักษณะทั่วไป : เป็นไม้เลื้อย  ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่แกมรูปหัวใจ ปลายแหลม โคนเว้า ขอบเรียบ แผ่นใบหนาอวบน้ำ ผิวด้านบนด่างสีเขียวปนเหลือง มีลำต้นกลม ลำต้นเป็นข้อๆ สำหรับแตกใบและราก และมีสีหลากหลายสีได้แก่ สีเขียวแก่ สีเขียวอ่อน สีขาว และสีเหลือง ไม่ชอบแสงแดดจัดและไม่ทนต่อความร้อน ชอบความชื้น อาจจะรดน้ำแค่สองวัน รดน้ำครั้งหนึ่ง

 

 

 

 

Leave a Reply

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *